ทำไมกรดไหลย้อน เป็น โรคอันตรายที่อาจร้ายถึงขั้นเป็นมะเร็ง ?
มีคนจำนวนมากที่ต้องทนทรมานกับอาการของ “โรคกรดไหลย้อน” ซึ่งนำพาความเจ็บปวดทุกข์ทรมานทั้งกายและใจ จนถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับกันไปมากมาย อาการของโรคกรดไหลย้อนนี้ มีสาเหตุหลักๆมาจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของมนุษย์เรา ที่เป็นสาเหตุให้อวัยวะภายในเสื่อมสภาพนั่นเอง
หากพิจารณาจากสถิติของผู้ป่วยคนไทยที่มีอาการของ “โรคกรดไหลย้อน” แล้ว จะพบว่ามีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆทุกปี และไม่ใช่เพียงแค่ประเทศไทยเท่านั้นที่พบเจอปัญหานี้ แต่ทั่วโลกก็ยังพบปริมาณของผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ โรคกรดไหลย้อนถือเป็นปัญหาของประเทศที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมอย่าง ยุโรป อเมริกา หรือสิงคโปร์ ดังจะเห็นได้ว่า กลุ่มผู้ป่วยในเขตประเทศตะวันตกมีสูงถึง 11.8-28.5% ในขณะที่ประเทศในเอเซียมีปริมาณอยู่ที่ 3.3-16%
ที่นี้ มาทำความเข้าใจกับโรคกรดไหลย้อนกันให้ละเอียดกันดีกว่า…โรคกรดไหลย้อนเป็นภาวะที่กรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาบริเวณหลอดอาหาร ซึ่งบริเวณหลอดอาหารเป็นบริเวณที่ไม่สามารถทนต่อแรงกัดกร่อนของกรดหรือน้ำดีได้นานๆ การเกิดโรคกรดไหลย้อนจึงทำให้ผู้ป่วยมีการอักเสบบริเวณหลอดอาหาร และเกิดความรู้สึกเจ็บปวดทรมานเป็นอย่างมาก
อาการอะไรบ้าง คือ จุดสังเกตว่าคุณโดนโรคกรดไหลย้อนเล่นงานซะแล้ว อาการที่พบ เช่น เรอบ่อยและมีกลิ่นเปรี้ยว รู้สึกขมคอเพราะน้ำดีตีขึ้นมา หรือได้รับรสเปรี้ยวของกรดในกระเพาะอาหาร รู้สึกถึงอาการปวดแสบปวดร้อนบริเวณกลางอก จุกแน่นบริเวณหน้าอก กลืนอาหารไม่สะดวก เกิดอาการติดขัด เหมือนมีก้อนบางอย่างอยู่ในคอ มีอาการกระแอมไอเรื้อรัง เจ็บคอหรือแสบลิ้นเรื้อรัง เสียงแหบพร่า หรือเสียงเปลี่ยน เกิดอาการไซนัสอักเสบ หรือหูน้ำหนวก เป็นต้น
หากเริ่มเกิดอาการดังที่กล่าวไปนี้บ่อยครั้งมากขึ้น ต้องอย่าวางใจเป็นอันขาด เพราะอาการทั้งหมดนี้เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า คุณกำลังจะเป็นโรคกรดไหลย้อนแล้วละ และถ้าไม่รีบรักษาละก็ อาการจะรุนแรงมากขึ้นจนคุณตั้งตัวไม่ทันเลยละ
การปล่อยให้โรคกรดไหลย้อนเป็นๆหายๆยาวนานต่อเนื่องเป็นเวลา 5-10 ปี จะทำให้คุณต้องพบกับภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายมากมาย เช่น หลอดอาหารอักเสบเรื้อรัง เกิดพังผืดข้างในลำคอ เกิดอาหารกลืนอาหารลงคอได้อย่างลำบาก และที่น่ากลัวสุดๆ ก็คือ เป็นการเพิ่มโอกาสให้เกิดโรคมะเร็งหลอดอาหาร ในที่สุด
แล้วใครบางละที่จัดอยู่ในบุคคลกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคกรดไหลย้อน คนที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคกรดไหลย้อนมากที่สุด ก็คือ ควรที่ชอบกินแล้วนอน เพราะจะส่งเสริมให้น้ำย่อยดันออกมาทางหลอดอาหารได้ง่ายขึ้น ซึ่งอาการที่ว่านี้สามารถเกิดขึ้นได้กับบุคคลทุกเพศ ทุกวัย แต่เกิดมากที่สุดใน“คนอ้วน” เนื่องจาก แรงดันที่ผนังหน้าท้องจะไปกดที่กระเพาะอาหาร จนทำให้แรงดันในกระเพาะอาหารเพิ่มมากขึ้น และดันให้กรดไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดอาหารได้ง่ายขึ้นนั่นเอง
หากยังไม่ต้องการทนทรมานกับอาการที่ยังไม่เกิดขึ้นนี้ ก็พอมีวิธีป้องกันง่ายๆที่จะทำให้เราห่างไกลจากโรคกรดไหลย้อนนี้ได้ สิ่งที่สำคัญ คือจะต้องพยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตบางอย่างที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะพฤติกรรมการรับประทานอาหารและพฤติกรรมหลังการรับประทานอาหาร เช่น
1. อาหารทอด อาหารที่มีไขมันสูง อาหารเผ็ดจัด ช็อกโกแลต หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนสูงอย่างชาหรือกาแฟ จัดเป็นกลุ่มอาหารที่คอยทำร้ายให้หูรูดกระเพาะอาหารหลวมลงเรื่อยๆ ฉะนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงหรือรับประทานให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
2. อาหารที่มีความเป็นกรดสูง เช่น ส้ม มะนาว มะเขือเทศ หอมหัวใหญ่ น้ำอัดลม เครื่องเทศ หรือ พริกไทย เป็นต้น ก็เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินอาหารได้เช่นกัน
3. เมื่อรับประทานอาหารจนอิ่มท้อง ไม่ควรนอนพักทันทีแม้ว่าจะง่วงเท่าไรก็ตาม แต่ควรทิ้งระยะห่างก่อนจะนอนให้ได้ประมาณ 3 ชั่วโมง เพื่อให้อาหารเดินทางผ่านกระเพาะอาหารไปก่อน อีกหนึ่งวิธีที่สามารถทำได้ ก็คือ การพยายามเลื่อนการรับประทานมื้อเย็นให้เร็วขึ้น เดินออกกำลังกายเร่งการย่อย จะได้ไม่ต้องนอนดึกจนเกินไป
4. หากอาการของโรคกรดไหลย้อนที่คุณเป็นอยู่สร้างความทรมานให้แก่คุณมากๆ ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างตอนนอนหลับดูใหม่ เช่น การนอนหนุนหมอนให้สูงขึ้น 6-8นิ้ว หรือการนอนตะแคงซ้าย เป็นต้น วิธีนี้จะช่วยลดความทรมานได้บ้าง
5. การสวมใส่เสื้อผ้าหรือเข็มขัดที่คับแน่นจนเกินไป สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการของโรคกรดไหลย้อนได้ ผ่อนออกสักหน่อยจะช่วยได้เยอะ
6. ลดน้ำหนักตัว วิธีพื้นฐานแต่ใช้ได้จริง เพราะยิ่งมีน้ำหนักตัวมากเท่าไร โอกาสที่จะเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้ก็จะยิ่งสูงมากขึ้น
โรคกรดไหลย้อน
สามารถป้องกันได้หากรู้จักเรียนรู้และป้องกันจุดเสี่ยงที่อาจจะทำให้เกิดโรคชนิดนี้ได้ หากคุณสามารถกำจัดจุดอ่อนได้หมด โอกาสที่จะเป็นโรคกรดไหลย้อนก็แทบเท่ากับศูนย์ และก็จะได้ไม่ต้องมาทนทรมานกับกรดที่กัดกร่อนทางเดินหลอดอาหารอีกต่อไป ไม่ว่าจะทานอาหารหรือใช้ชีวิตประจำวันอย่างไร ก็จะเต็มไปด้วยความสุขและหมดกังวลในทุกๆปัญหาไปได้เลย
------------------------------------------------------------------------------------
ติดตามเราเป็นเพื่อนเฟสบุค http://www.facebook.com/HealthyThailandCenter
ติดตามกูรูด้านสุขภาพทางไลน์ http://line.me/ti/p/%40HealthyThailand
สนใจสินค้าสุขภาพและความงาม http://goo.gl/oogIL8
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น