*** สามารถติดตามเคล็ดลับสุขภาพดีดีที่ไลน์แอดไอดี @HealthyThailand หรือคลิก http://line.me/ti/p/%40healthythailand อย่าลืมคลิกมีกิจกรรมสนุกๆรับของรางวัลด้วยน้า ^
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผลไม้บำรุงเลือด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผลไม้บำรุงเลือด แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

อาหาร 5 ชนิด อาหารกินแล้วอ้วน ตามความเชื่อที่ผิดๆ

อาหาร 5 ชนิด อาหารกินแล้วอ้วน ตามความเชื่อที่ผิดๆ

อาหารกินแล้วอ้วน
           เคยได้ยินที่เขาว่ากันว่าเวลาไดเอตต้องลดแป้ง เลี่ยงอาหารขยะทุกชนิดอย่างเด็ดขาด หรือต้องเน้นทานผักผลไม้กันมาบ้างใช่ไหมคะ แต่วันนี้เรามีข้อมูลดี ๆ จาก besthealthmag มาฝากกัน เชื่อได้ว่าความเชื่อที่เคยเชื่อกันมา จะไม่เหมือน 5 ข้อต่อไปนี้แน่ ๆ และถ้าไม่อ่านบทความนี้ล่ะก็ รับรองวาคุณจะพลาดของอร่อยไปอย่างน่าเสียดายเชียวล่ะ
1. ไดเอตอยู่ ห้ามกินพาสต้า
           พาสต้าก็คือแป้งชนิดหนึ่งใช่ไหมคะ ดังนั้นช่วงไดเอตก็ไม่ควรกินแป้งให้มากนัก เราจึงเชื่อกันว่าถ้าลดแป้งทุกชนิดรวมถึงพาสต้าได้ ก็จะทำให้พร้อมเพรียวสมใจได้เร็วขึ้น แต่จากหลักโภชนาการแล้ว เส้นพาสต้าเป็นคาร์โบไฮเดรตที่มีค่า G.I. (glycemic index) หรือค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ จึงไม่สามารถทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของเราเพิ่มสูงขึ้นได้ อีกทั้งในพาสต้ายังมีกรดโฟลิก และวิตามินบี ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์อีกด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องกินในปริมาณที่พอเหมาะ รวมทั้งต้องเลือกกินให้ถูกต้อง เช่น แทนที่จะเลือกกินเมนูพาสต้าครีมซอส ก็เลือกกินพาสต้าผัดซอสมะเขือเทศแทน เท่านี้ก็ไม่ต้องอดแถมไม่ต้องกลัวอ้วนอีกต่อไปแล้วล่ะ
2. ป๊อปคอร์นเป็นอาหารขยะต้องห้าม
           ใครที่กำลังอดทนไม่กินป๊อปคอร์น เพราะเชื่อว่าเป็นอาหารขยะที่จะทำให้แผนไดเอตของเราล่มไม่เป็นท่า ก็ล้มเลิกความคิดนั้นเสียเถอะค่ะ เพราะจริง ๆ แล้วป๊อปคอร์นเป็นของกินเล่นที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์และสารต้านอนุมูลอิสระ จึงสามารถผ่าเหล่าอาหารขยะมาได้อย่างชิล ๆ ดังนั้นแม้จะไดเอตอยู่เราก็สามารถฟินกับป๊อปคอร์นได้ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับปริมาณและวิธีการที่กินด้วย แนะนำให้ทำป๊อปคอร์นกินเองที่บ้าน ใช้น้ำมันมะกอกคั่วข้าวโพดแทนเนย ใส่พาเมซานชีส (Parmesan cheese) กับผงกระเทียมเพื่อปรุงรสอีกเล็กน้อย เท่านี้ก็จะได้กินป๊อปคอร์นแสนอร่อยสูตรไดเอตกันแล้วจ้า
3. กินสลัดยังไงก็เวิร์ค
           เชื่อได้ว่าข้อนี้เป็นความเชื่อที่คนส่วนใหญ่เชื่อกันอย่างฝังจิตฝังใจมานาน โดยที่ไม่รู้ว่าบางทีสลัดผักที่มีออพชั่นเสริมเป็นแฮม หรือเนื้อไก่ชิ้นโต ก็ให้แคลอรี่และพลังงานได้มากกว่าแฮมเบอร์เกอร์และเฟรนช์ฟรายส์ห่อเล็กด้วยซ้ำ
          ถ้าจะเทียบให้เห็นกันชัด ๆ ก็คือ สลัดไก่หนึ่งจานให้พลังงาน 580 กิโลแคลอรี่ ไขมัน 27 กรัม และโซเดียม 1,590 กรัม ในขณะที่แฮมเบอร์เกอร์และเฟรนช์ฟรายส์ให้พลังงาน 560 กิโลแคลอรี่ ไขมัน 23 กรัม และโซเดียม 760 กรัมเพียงเท่านั้น แต่ในสลัดน้ำใสที่มีแค่ผักผลไม้และไข่ อย่างนี้ก็คงต้องมีปริมาณแคลอรี่ที่น้อยกว่าอยู่แล้ว ดังนั้นจะทานสลัดให้เวิร์คกับการไดเอต ก็อยู่ที่เราต้องเลือกทานให้เหมาะสมเท่านั้นเองนะคะ
4. กินไข่เยอะเสี่ยงคอเลสเตอรอลสูง
           ถือเป็นความเชื่อเดิม ๆ ไปซะแล้วกับเรื่องที่ว่า กินไข่เยอะจะเสี่ยงมีปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือดสูง จนอาจจะทำให้เกิดโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด โรคหัวใจ และโรคอัมพาตได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ร่างกายเราจะได้รับปริมาณคอเลสเตอรอลจากอาหารที่เรากินเพียงแค่ 25% เท่านั้น ส่วนอีก 75% ที่เหลือล้วนมาจากการที่ร่างกายได้รับไขมันไม่อิ่มตัว และไขมันทรานส์จนทำให้ตับผลิตคอเลสเตอรอลออกมาต่างหาก
           ดังนั้นก็หมายความว่า คอเลสเตอรอลที่น้อยนิดในไข่ แทบจะไม่มีผลกับการที่ร่างกายเรามีภาวะคอเลสเตอรอลสูงเลย และไข่ยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์กับร่างกายอีกมากมาย เช่น วิตามินบี โฟเลท สารต้านอนุมูลอิสระ เกลือแร่ และไอโอดีน ดี ๆ อย่างนี้จะจำกัดปริมาณการกินก็น่าเสียดายแย่เลยนะ
5. ผลไม้สดมีสารอาหารมากกว่าผลไม้แช่แข็ง
           ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า ผลไม้แช่แข็งมีสารอาหารครบถ้วนสมบูรณ์มากกว่าผลไม้สดที่วางขายทั่วไปในตลาด ด้วยเหตุผลที่ว่า กว่าผลไม้สดจะเดินทางมาถึงมือผู้บริโภคได้ ผลไม้เหล่านี้ต้องผ่านระยะเวลา และมือใครต่อใครมากมาย ซึ่งเป็นการลดคุณค่าทางสารอาหารไปทีละน้อย แต่ผลไม้ที่แช่แข็งมา จะผ่านกระบวนการผลิตที่น้อยกว่า และการแช่แข็งก็เปรียบเสมือนการคงคุณค่าสารอาหารไว้ในผลไม้นั่นเอง รู้อย่างนี้แล้ว เพื่อให้ร่างกายได้รับคุณค่าทางสารอาหารอย่างเต็มที่ ก็ลองเลือกรับประทานผลไม้แช่แข็งดูบ้างก็ดีค่ะ
           ทีนี้เชื่อหรือยังคะว่าถ้าไม่อ่านบทความนี้ ก็คงต้องเสียดายที่พลาดโอกาสกินของอร่อยที่เราเคยคิดว่าอ้วน และทำร้ายสุขภาพแน่ ๆ และหลังจากที่ได้รู้ข้อเท็จจริงกันไปแล้ว ก็คงจะได้ฟินกับอาหารอร่อย ๆ ที่เคยชอบกันได้อย่างไม่ต้องกลัวอ้วนหรือกลัวว่าจะทำร้ายสุขภาพกันอีกต่อไปแล้วเนอะ แต่อย่างไรก็ดี ควรจะออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงและเพื่อการไดเอตที่เห็นผลอย่างแท้จริงนะคะ

------------------------------------------------------------------------------------
ติดตามเราเป็นเพื่อนเฟสบุค   http://www.facebook.com/HealthyThailandCenter    
ติดตามกูรูด้านสุขภาพทางไลน์   http://line.me/ti/p/%40HealthyThailand
สนใจสินค้าสุขภาพและความงาม  http://goo.gl/oogIL8

วันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ผลไม้บำรุงเลือด

ผลไม้บำรุงเลือด

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
ผลไม้บำรุงเลือด thaihealth

          รู้ไหมาถ้าหากเลือดในร่างกายเราไม่ดี ก็จะเท่ากับเป็นการทำร้ายหัวใจ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดในสมองโดยที่เราไม่รู้ตัว แต่ถ้าหากเรามีเลือดที่ดี ก็เท่ากับเป็นตัวช่วยสำคัญที่ป้องกันเราจากโรคร้าย และมีสุขภาพดีในระยะยาว วันนี้ มาทำความรู้จักกับผลไม้ที่ช่วยระบบการไหลเวียนเลือดกันซักหน่อยดีกว่า
          จากตำราแพทย์แผนจีนมีการกล่าวถึงอาหารบำรุงเลือดและเน้นเรื่องการทานอาหารที่มีฤทธิ์ร้อน เพื่อช่วยในเรื่องการไหลเวียนของเลือด ซึ่งอาจจะเป็นความบังเอิญ ที่ผลไม้ต่างๆ ที่ช่วยบำรุงเลือดก็มักจะมีสีแดงซะด้วย ไม่ว่าจะเป็น ทับทิม สตรอเบอร์รี่ เชอร์รี่ แก้วมังกร หรือ แตงโม เป็นต้น เรามาลองไล่ดูกันดีกว่าว่าผลไม้แต่ละชนิดทำหน้าที่ในการบำรุงเลือดอย่างไรบ้าง
ผลไม้บำรุงเลือด thaihealth
          เริ่มกันที่ “ทับทิม”
          มีการวิจัยมาแล้วว่าทับทิมสามารถช่วยกักเก็บเซลล์เม็ดเลือดแดงได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวานถ้ารับประทานทับทิม ก็จะช่วยให้ร่างกายมีระดับอินซูลินลดลง ระบบไหลเวียนเลือดกลับมาเป็นปกติ ทำให้อาการป่วยต่างๆ อย่างเช่นเรื่องร่างกายอ่อนเพลียลดลง ผมร่วงน้อยลง ผิวพรรณก็สดใสมากขึ้นด้วย
ผลไม้บำรุงเลือด thaihealth
          สตรอเบอร์รี่
          ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่มีมีสีแดงสด แถมด้วยรสหวานอมเปรี้ยว และกลิ่นหอมแสนอร่อย นอกจากความอร่อยจนเป็นที่นิยมไปทั่วแล้ว สตรอเบอร์รี่ยังช่วยบำรุงเซลล์เม็ดเลือดแดงด้วยนะคะ เม็ดเล็กๆ ที่อยู่บนผิวของสตรอเบอร์รี่ก็สำคัญ เพราะจะช่วยในการลำเลียงออกซิเจน กระบวนการนี้มีความสำคัญคือการขจัดเลือดเสีย ทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้น และสะอาดขึ้น การสูบฉีดเลือดก็ดีขึ้น และยังช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใสขึ้นด้วย
ผลไม้บำรุงเลือด thaihealth
          เชอร์รี่
          เชอร์รี่ ผลไม้ต่างบ้านต่างเมืองชนิดนี้มีโพแทสเซียมในปริมาณที่สูงมาก ร่างกายของเราสามารถนำมาใช้ในการสร้างสมดุลกับโซเดียม ทำให้ความดันเลือดเป็นปกติ ระบบไหลเวียนเลือดดี เวลาทานเชอร์รี่จึงทำให้สดชื่นขึ้นด้วย
ผลไม้บำรุงเลือด thaihealth
          แตงโม
          แตงโมผลใหญ่ๆ นี้จะมีกรดอะมิโนอาร์จีโนน์ ที่ช่วยให้ร่างกายผลิตเม็ดเลือดที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ช่วยป้องกันภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย และภาวะหลอดเลือดแข็งตัว และยังให้ผลดีต่อระบบการไหลเวียนของเลือด
ผลไม้บำรุงเลือด thaihealth
          แก้วมังกร
          แก้วมังกรอุดมไปด้วยโปรตีน และไฟเบอร์ โปรตีนนี่ล่ะที่จะช่วยบำรุงผิวสวยๆ ของคุณสาวๆ ส่วนการบำรุงเลือดนั้นต้องเลือกทานแก้วมังกรที่มีสีแดง เพราะแก้วมังกรสีแดงนี้จะช่วยเรื่องระบบไหลเวียนของเลือดและยังอุดมไปด้วยธาตุเหล็กที่จำเป็นต่อการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง
ผลไม้บำรุงเลือด thaihealth
          กล้วย
          ถึงกล้วยจะไม่ได้มีสีแดงเหมือนผลไม้บำรุงเลือดชนิดอื่นๆ แต่มีการวิจัยมาแล้วว่าการรับประทานกล้วยเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคลูคิเมีย หรือมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้ และแมกนีเซียมที่อุดมอยู่ในกล้วยก็ยังจะช่วยบำรุงผิวสวยๆ ให้ดูเปล่งปลั่งขึ้นจากเลือดฝาดที่มาหล่อเลี้ยงผิว
          นอกจากผลไม้ที่จะช่วยบำรุงเลือดแล้ว เพิ่มเคล็ดลับง่ายๆ ให้อีกอย่าง การดื่มน้ำสะอาดมากๆ จะช่วยให้เลือดของเราไม่ข้นหนืด หัวใจไม่ต้องทำงานหนัก ระบบไหลเวียนของเลือดทำงานได้ดีขึ้น เพียงง่ายๆ แค่นี้ ก็ทำให้ระบบภายในของร่างกายเราทำงานได้ดีขึ้น สุขภาพของเราก็จะสมบูรณ์แข็งแรงในระยะยาว ในแบบที่เรียกว่าสุขภาพดีจากภายในกันเลย

------------------------------------------------------------------------------------
ติดตามเราเป็นเพื่อนเฟสบุค   http://www.facebook.com/HealthyThailandCenter    
ติดตามกูรูด้านสุขภาพทางไลน์   http://line.me/ti/p/%40HealthyThailand
สนใจสินค้าสุขภาพและความงาม  http://goo.gl/oogIL8

ทักทาย แนะนำ ติชม แสดงความคิดเห็น