*** สามารถติดตามเคล็ดลับสุขภาพดีดีที่ไลน์แอดไอดี @HealthyThailand หรือคลิก http://line.me/ti/p/%40healthythailand อย่าลืมคลิกมีกิจกรรมสนุกๆรับของรางวัลด้วยน้า ^
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ระบบประกันสุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ระบบประกันสุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ความจริง อันน่าเศร้า

"ภรรยาแค่ผ่าตัดไส้ติ่ง ทำไมต้องกลายเป็นคนพิการทางสมอง? แถมผมต้องติดคุก!"


case8
บุญชูเป็น รปภ.ของโรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่ง มีภรรยาคือพรทิพย์ทำขนมขายส่งตัวเองเรียนราชภัฏใกล้จบ มีลูกชายอายุ 8 ขวบ วันหนึ่งพรทิพย์ปวดท้องมาก บุญชูจึงพาเมียไป รพ.ชุมชนที่ตนทำงานอยู่ หมอบอกว่าเป็นไส่ติ่งอักเสบต้องผ่าตัด ในขณะผ่าตัดพรทิพย์มีอาการเหม่อลอยและชักกระตุก บุญชูเรียกชื่อเมีย และเธอพูดเป็นคำสุดท้ายว่า "หายใจไม่ออก" แล้วก็หมดสติไป หมอสั่งให้ออกซิเจนแต่ออกซิเจนหมด บุญชูวิ่งไปอีกตึก แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอมให้บอกว่ากำลังใช้พ่นยาให้ผู้ป่วยอีกคนอยู่ ต้องให้หมอสั่งจึงจะยอมให้ กว่าที่บุญชูจะแบกถังออกซิเจนกลับมาที่ห้องผ่าตัด พรทิพย์หยุดหายใจไปประมาณ 20 นาทีแล้ว ต้องปั๊มหัวใจนานเกือบชั่วโมง เมื่อชีพจรเต้นก็ส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.จังหวัด และรักษาตัวนานกว่า 20 วัน พรทิพย์ก็กลายเป็นคนพิการทางสมองระดับรุนแรง
หลังเกิดเหตุ รพ.ชุมชนรับตัวพรทิพย์ไปดูแลต่อ ทั้งปลอบทั้งขู่สัญญาจะรับบุญชูเข้าทำงานเป็นลูกจ้างประจำ จะได้มีรายได้เลี้ยงดูลูกและเมีย แต่บุญชูรออยู่นานถึง 4 ปี ทาง รพ.ก็ไม่ทำตามสัญญาทั้งยังให้บุญชูนำพรทิพย์กลับมาดูแลที่บ้าน ครอบครัวลำบากมากเนื่องจากลูกก็ยังเล็ก พรทิพย์ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ภาระทุกอย่างตกอยู่กับบุญชู ทุกครั้งก่อนออกไปทำงาน ต้องเก็บสิ่งของที่กินแล้วมีอันตราย เช่น ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน ฯลฯ เวลาไม่มีใครอยู่พรทิพย์จะเก็บสิ่งเหล่านี้กิน ถ้าไม่ปิดประตู หน้าต่าง ให้แน่นหนา พรทิพย์จะเดินไปเรื่อยเปื่อย ใครชวนไปไหนก็ไป ไม่สามารถกลับเองได้ เมื่อตามให้กลับจะวิ่งหนีเพราะจำบุญชูไม่ได้ อีกทั้งพรทิพย์ไม่สามารถบังคับการขับถ่ายได้ เธอฉี่และถ่ายไปทั่วไม่สามารถรับรู้อะไรได้เลย จากคนสวยที่อ่อนหวานใฝ่ฝันจะสอนเด็กๆ... เมื่อบุญชูทวงคำสัญญาจาก รพ. ก็หาว่าเรื่องมาก ทำให้ รพ.เสียชื่อเสียง บุญชูถูกกดดันให้ลาออก คนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ก็ย้ายหนีกันไปหมดแล้ว เขาต้องออกจากที่ทำงานตอนพักเที่ยงเพื่อกลับบ้านไปป้อนข้าวป้อนน้ำให้เมีย กลับช้าก็ถูกตัดเงินเดือน เงินเดือนยิ่งน้อยอยู่แล้ว ขอข้าวที่เหลือจาก รพ.ไปให้เมียกินเขาก็ไม่ให้ มิหน้ำซ้ำยังถูกป้ายสีว่าขโมยเอกสารของรพ.ทั้งๆที่เป็นเพียงเอกสารเก่าๆ บุญชูถูกตัดสินให้ติดคุก 3 ปี ไม่รอลงอาญา ห่วงแต่คนข้างหลัง ทั้งเมียพิการทางสมอง แม่ที่แก่ชรา ลูกก็ยังเล็ก ใครจะทำนา พ่อก็เพิ่งตาย ขณะนี้บุญชูติดคุกได้ประมาณ 6 เดือนแล้ว เมื่อมีคนถามพรทิพย์ว่าบุญชูไปไหน เธอตอบว่า ไปทำงานเป็นหมอเดี๋ยวก็กลับจ้า...
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://thai-medical-error.blogspot.com/2010/09/blog-post_5397.html

วันพุธที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ความเหลื่อมล้ำของระบบสุขภาพ

หลังจากอ่านข่าว Occupy Wall Street: โค่นล้มทุนนิยม ในเงื้อมมือทุนนิยม?! ก็ทำให้นึกถึงคลิป ความเหลื่อมล้ำฉบับพกพา ที่นำเนื้อหามาจากหนังสือ ความเหลื่อมล้ำฉบับพกพา โดยคุณสฤณี อาชวานันทกุล (@fringer)
ดูแล้วก็นึกถึงปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำทางระบบสุขภาพ ที่สภาพทุกวันนี้ก็ยังใกล้เคียงกับตอนเริ่มต้นโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า (30 บาทรักษาทุกโรค) ในแง่ของการเข้าถึงระบบสุขภาพที่ direct cost อย่างค่ารักษา และค่ายาไม่ใช่อุปสรรคในการเข้าถึงแล้ว แต่ indirect cost เช่น ค่าเดินทาง ค่าเสียโอกาสในการทำงานเพื่อมารักษาก็ยังเป็นปัญหาอยู่กับชนชั้นล่าง โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกลที่โรงพยาบาลไม่ค่อยมี ในขณะที่บางพื้นที่ก็มีโรงพยาบาลขนาดใหญ่กระจุกตัวกันอยู่เป็นจำนวนมาก
ปัญหาเรื่องการกระจายตัวของโรงพยาบาลอาจจะโทษได้ว่าเป็นปัญหาที่เกิดจากการดำเนินการในอดีต เพราะการก่อสร้างโรงพยาบาลมักเกี่ยวเนื่องกับนักการเมืองเจ้าของพื้นที่ แต่จะรอให้นักการเมืองมาแก้ปัญหานี้ให้อาจจะต้องรอไปอีกนานแสนนาน อย่างเช่นการยกระดับอนามัยเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ที่เป็นการเปลี่ยนชื่อ เพิ่มงบ เพิ่มบุคลากรให้ แต่สุดท้ายก็ยังเป็นอนามัย (มีบางพื้นที่ทำให้เป็นมากกว่าอนามัยได้แต่ก็เป็นเพียงแค่ส่วนน้อย) และเป็นเพียงแค่นโยบายหาเสียงที่มาเร็วเคลมเร็ว เปลี่ยนรัฐบาลไปแล้วก็ไม่รู้ว่าชะตาชีวิตของ รพ.สต.จะเป็นอย่างไรต่อ


อ้างอิงและคัดลอกจาก พี่รัชชานนท์ ครับ http://rachanont.com/page/2/

ทักทาย แนะนำ ติชม แสดงความคิดเห็น